ภูมิภาค
ศูนย์ดำรงธรรมตรัง-อุทยานเจ้าไหม ลงพื้นที่วัด GPS ต่อหน้าชาวบ้าน หาข้อยุติพิพาทรุกล้ำที่ดินริมหาดปากเมง
วันศุกร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2565, 18.36 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นายภานุวัฒน์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายณรงค์ คงเอียด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ปลัดอำเภอสิเกา นิติกรจังหวัดตรัง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างลานจอดรถชายหาดปากเมง หลังจากนายวิทยา เจียมสวัสดิ์พันธ์ และนางสุดา บริพันธุ์ ร้องเรียนไม่ได้รับความไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมมีพฤติกรรมเลือกปฏิบัติไม่ทำการรังวัดที่ดินให้ และมีการนำเครื่องจักรเข้ามาปรับพื้นที่
หลังจากที่รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยผอ.ศูนย์ดำรงธรรม ได้เชิญหัวหน้าอุทยานฯ และผู้ร้องเรียนพร้อมทั้งชาวบ้านที่ประสบปัญหาเข้าร่วมเจรจาหาข้อยุติ ก่อนได้ข้อสรุปร่วมกันว่าให้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมทั้งวัดจุดพิกัดให้แน่ชัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้สั่งการให้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและกำนันในพื้นที่ร่วมตรวจสอบเป็นพยานร่วมกัน
จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวพบว่าอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่อัดดินเพื่อเตรียมก่อสร้างลานจอดรถ ต่อมาทางผอ.ศูนย์ดำรงธรรมตรัง และเจ้าหน้าที่อุทยานหาดเจ้าไหมได้นำเอกสารหลักฐานฉโนดที่ดิน มาแสดงให้กับผู้ร้องเรียนดู ก่อนวัดค่าด้วยจีพีเอสแสดงพิกัดที่แน่ชัด โดยกระทำต่อหน้าผู้ที่ร้องเรียน เพื่อเป็นความโปร่งใสว่าไม่มีการกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่
นายภานุวัฒน์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง กล่าวว่า วันนี้มาตรวจสอบเฉพาะคนที่ร้องเรียนและที่มีแนวเขตล้อมรอบที่ทำลานจอดรถ ถ้าแปลงไหนล้ำก็ต้องยอมรับว่าล้ำ ส่วนแปลงอื่นนั้นจะไม่ไปยุ่งเกี่ยว จะเอาเฉพาะแปลงที่กำลังทำลานจอดรถอยู่ในขณะนี้ ที่ดินแปลงนี้ก่อนหน้าเป็นของเอกชนรายหนึ่ง ที่ไปฟ้องศาลเพื่อให้ตัวเองมีสิทธิในที่ดินผืนดังกล่าว แต่ศาลไม่ประทับรับฟ้องศาลจึงยกคำร้องไป เนื่องจากที่ดินอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมซึ่งผิดหลักการ จากนั้นจึงได้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและปล่อยว่าง ก่อนที่มาก่อสร้างลานจอดรถดังกล่าวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว หลังจากนี้จะได้ตรวจสอบแนวเขตเฉพาะผู้ที่ร้องเรียนทั้งหมด 3 ราย ว่ามันรุกล้ำไปจริงหรือไม่อย่างไร ถ้ารุกล้ำต้องยอมรับสภาพต้องคืนให้ทางหลวงไป ตนจะรายงานกลับไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดอีกครั้ง ก่อนแจ้งผลให้ผู้ร้องทราบภายหลัง ตนมั่นใจว่าเรื่องนี้น่าจะยุติลงได้ คือ ถอยคนละก้าว ตนใช้หลักรัฐศาสตร์ไม่ใช้หลักนิติศาสตร์ เพราะถ้าหลักนิติศาสตร์ทุกคนอยู่บนโลกนี้ไม่ได้
ด้าน นายณรงค์ คงเอียด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กล่าวว่า วันนี้ที่มาก็เพื่อตรวจสอบและทำความเข้าใจกับเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้มีทางออกร่วกัน ที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่ 1 ไร่ 22 ตารางวา อยู่ในพื้นที่หาดปากเมงเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ต่อมาผู้ครอบครองได้กระทำผิดทางที่ผิดตามเงื่อนไข หลังจากนั้นอุทยานฯร่วมกับจังหวัดตรังโดยผู้ว่าราชการจังหวัดตรังนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา มีความคิดที่จะพัฒนาหาดปากเมงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทางอุทยานฯได้ใช้ที่ดินแปลงนี้ที่จบทางด้านกฎหมายไปแล้ว พัฒนาเป็นลานจอดรถ ให้กับนักท่องเที่ยวเป็นที่ดินประมาณ 2,500 ตารางเมตร รองรับยานพาหนะของนักท่องเที่ยวได้พอสมควร อยากให้ประชาชนเข้าใจ เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งแต่อย่างใด อยากให้มานั่งคุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน
ขณะที่นางสุดา บริพันธ์ เจ้าของพื้นที่ 1ใน 3 รายกล่าวว่า ตนเองอยู่ที่นี่มา 10 กว่าปีแล้ว ตนเองอยากให้เจ้าหน้าที่มาดูแลตรงนี้ว่าชาวบ้านที่ปากเมงเขาจะอยู่กันอย่างไร เพราะตอนนี้เขาอยู่กันเป็นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม อยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าหากมีการตรวจยึดก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ถ้าแพ้ตนก็ยอมแต่ต้องเป็นไปเพื่อความยุติธรรม ตนมองว่าที่ผ่านมาโดนเอาเปรียบมาโดยตลอดมาตั้งข้อหาว่าตนเป็นนายทุนอะไรบ้างเป็นแบบนี้มาตลอดทั้งที่ตนเองเป็นแม่ค้าขายพริกแกงเท่านั้น
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่







